ประวัติความเป็นมา มาร์คัส แรชฟอร์ด

     มาร์คัส แรชฟอร์ด ( Marcus Rashford ) เกิดใน วันที่ 31 ตุลาคม ค.ศ. 1997 เป็นนักฟุตบอลอาชีพชาวอังกฤษ และปัจจุบันเล่นให้กับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดในตำแหน่งกองหน้า
เยาวชน
      แรชฟอร์ดได้เริ่มเล่นฟุตบอลให้กับเฟลตเชอร์มอสเรนเจอส์ด้วยวัยเพียงแค่ 5 ปี ก่อนที่เขาจะเข้าร่วมกับสโมสรเยาวชนแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดในวัย 7 ปี
แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด
      แรชฟอร์ดเขาได้ประเดิมสนามในนามทีมชุดแรกให้กับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ในเกมที่เอาชนะมิดทิลแลนด์ด้วยสกอร์  5–1 ในการแข่งขัน ยูฟ่ายูโรปาลีก ในรอบ 32 ทีมสุดท้ายนัดที่สอง ในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2016 ในนัดนี้แรชฟอร์ดได้เริ่มต้นการเป็นตัวจริงแทน อ็องตอนี มาร์ซียาล ที่ได้รับบาดเจ็บในช่วงฝึกซ้อมและยิงได้ถึง 2 ประตู ส่งผลทำให้แรชฟอร์ดกลายเป็นนักเตะของปีศาจแดงที่อายุน้อยที่สุดที่ทำประตูได้ในฟุตบอลยุโรปด้วยวัยเพียงแค่ 18 ปี เขาทำลายสถิติของปีกชาวไอร์แลนด์เหนือเจ้าของฉายา ‘เทพบุตรมหาภัย’ จอร์จ เบสต์ ที่ทำไว้ในศึกอินเตอร์ซิตี้-แฟร์สคัพนัดที่ทีมปีศาจแดงเอาชนะเยอร์การ์เด้นทีมจาก นอร์เวย์ ด้วยสกอร์ 6 – 1 เมื่อเดือนตุลาคม 2507 ด้วยวัยเพียงแค่ 18 ปี หลังจากนั้น 3 วัน คือ วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2559 ในศึก พรีเมียร์ลีก แรชฟอร์ดก็ได้สร้างชื่อให้ตัวเองอีกครั้งด้วยการทำ 2 ประตูในนัดที่ทีมปีศาจแดงเปิดสนาม โอลด์แทรฟฟอร์ด ชนะ อาร์เซนอล ไป 3 – 2
      ในวันที่ 20 มีนาคม 2559 แรชฟอร์ดก็ได้สร้างสถิติใหม่ขึ้นมาอีกครั้งด้วยการเป็นนักเตะของปีศาจแดงอายุน้อยที่สุดที่สามารถทำประตูได้ในศึกของ แมนเชสเตอร์ดาร์บี ในนัดที่ทีมปีศาจแดงบุกไปเอาชนะ แมนเชสเตอร์ซิตี ถึงที่ เอติฮัดสเตเดียม 1-0 ด้วยวัยเพียงแค่ 18 ปี และได้ทำลายสถิติของ เวย์น รูนี่ย์ ที่ทำไว้ด้วยวัย 19 ปี เมื่อปี 2005 เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2559 แรชฟอร์ดก็ได้ต่อสัญญากับสโมสรออกไปอีก 4 ปีนั้นทำให้แรชฟอร์ดจะได้ค้าแข้งในถิ่น โอลด์แทรฟฟอร์ด จนถึงเดือน มิถุนายน พ.ศ. 2563
      ในฤดูกาลปี 2018–2019 แรชฟอร์ดได้เปลี่ยนไปสวมเสื้อหมายเลข 10 ให้กับทีมแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด แทนที่ของ เวย์น รูนีย์ กองหน้าและกัปตันทีมที่ออกจากทีมไปเมื่อจบฤดูกาล 2017-2018 จากเดิมที่ใส่เสื้อหมายเลข 19
ระดับทีมชาติ    
     แรชฟอร์ดผู้ซึ่งเพิ่งจะได้ก้าวขึ้นมาติดทีมชุดแรกของ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด เขาได้ถูกเรียกตัวไปติด ทีมชาติอังกฤษ ชุดลุยศึกยูโร 2016 ท่ามกลางเสียงคัดค้านจากหลายฝ่ายโดยเฉพาะ นิคกี บัตต์ โค้ชทีมเยาวชนของทีมปีศาจแดงที่ให้เหตุผลว่าแรชฟอร์ดนั้นยังเด็กเกินไปแต่ในวันที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2559 แรชฟอร์ดก็ได้ถูก รอย ฮอดจ์สัน กุนซือทีมชาติอังกฤษเรียกตัวมาเพื่อเป็น 1 ใน 26 นักเตะรอบก่อนการตัดตัวซึ่งแรชฟอร์ดก็ได้ติดเป็น 1 ใน 23 ของนักเตะทีมชาติอังกฤษชุดลุยศึกยูโร 2016
     ในวันที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2559 แรชฟอร์ด เขาได้ลงเล่นเป็นตัวจริงในนัดอุ่นเครื่องที่ชนะ ทีมชาติออสเตรเลีย ด้วยสกอร์ 2-1โดยแรชฟอร์ดเป็นผู้ทำประตูแรกในนาทีที่ 3 นับได้ว่าเป็นนักเตะที่อายุน้อยที่สุดที่ทำประตูได้ในนามทีมชาติอังกฤษด้วยวัยเพียงแค่ 18 ปี และได้ทำลายสถิติของ ทอมมี่ ลอว์ตัน ที่ทำไว้เมื่อปี พ.ศ. 2481 และนอกจากนี้เขายังเป็นนักเตะที่อายุน้อยที่สุดตลอดกาลเป็นอันดับที่ 3 ที่ได้ลงเล่นให้กับทีมชาติอังกฤษ เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2559 ในศึกยูโร 2016 นัดที่ 2 กลุ่มบีในนัดที่ทีมชาติอังกฤษเอาชนะ ทีมชาติเวลส์ด้วยสกอร์ 2-1 แรชฟอร์ด เขาได้ลงมาเป็นตัวสำรองแทนที่ อดัม ลาลลานา ในนาทีที่ 75 ทำให้เขากลายเป็นนักเตะอังกฤษอายุน้อยที่สุดที่ได้ลงเล่นในศึกยูโรด้วยวัย 18 ปี เขาได้ทำลายสถิติของ เวย์น รูนีย์ ที่เคยทำไว้ในศึก ยูโร 2004 ด้วยวัย 18 ปี 

 

By Editor